1. โลกาภิวัตน์ท้าทายให้ผู้มีวิสัยทัศน์ เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ปลุกผู้มองการณ์ไกลไม่ปล่อยให้สถานการณ์ เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ของชีวิตและสังคมประเทศชาติ แต่กระตุ้นให้วางแผนระยะยาวอย่างรอบคอบ “อนาคตผู้นำการเมืองไทยในสองทศวรรษหน้า” คือความรอบคอบในการนำเสนอวิสัยทัศน์ คุณสมบัติผู้นำการเมืองไทยที่พึงประสงค์ในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยวิเคราะห์จากเอกลักษณ์สภาพของโลกาภิวัตน์ ประสานกับเอกลักษณ์สังคมไทย เพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้นำการเมืองไทยในปัจจุบัน และในอนาคตหากปล่อยไปตามสถานการณ์และวิเคราะห์ต่อ เพื่อสร้างเงื่อนไขการได้มาซึ่ง “อนาคตผู้นำการเมืองไทยที่พึงประสงค์” ที่เอื้อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนในสองทศวรรษหน้า 

  2. การได้รับเสรีภาพในการคิด การพูด การเขียน ในฐานะประชาชนชาวไทย เป็นสิ่งที่ผมสนับสนุนอย่างมาก และเห็นสมควรว่า เราควรร่วมกันใช้เสรีภาพนี้ภายใต้ขอบเขตหน้าที่พลเมืองที่ดีของประเทศในการมีส่วนช่วยประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ ในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผมจึงมักใช้เวลาส่วนหนึ่งเข้าไปมีส่วนในการร่วมบริจาคความคิดและดำเนินการต่าง ๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อันเป็นการปะทะสังสรรค์กับปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ทางการเมือง ทางสังคม หรือทางเศรษฐกิจ ผมยังได้รับการร้องขอให้จัดทำข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้เขียนบทความผ่านสื่อต่าง ๆ ด้วยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศต่อไป

    ผมปรารถนาให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสใช้เสรีภาพเช่นนี้ร่วมกัน โดยมีส่วนร่วมกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อพัฒนาชาติ จึงได้รวบรวมแนวคิดและข้อเสนอแนะต่าง ๆ บางเรื่อง ออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยหวังให้ผู้อ่านได้รับการกระตุ้นให้มีส่วนรับรู้และมีส่วนร่วมคิด ต่อยอด หรือร่วมปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งแนวคิดและข้อเสนอที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ เป็นสิ่งที่ผมที่ได้เขียนไว้เป็นบทความและในรูปของข้อเสนอในที่ประชุมต่าง ๆ ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและท้องถิ่น การประกันคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน อาทิ ทิศทางเกษตรกรรมไทย การแก้ปัญหาแรงงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติด

    •    ในฐานะคนไทยเราคงฝันให้…
    •    ประเทศพัฒนา มากกว่าด้อยพัฒนา
    •    ประชาชนอยู่ดีมีสุข
    •    อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก
    •    หนังสือเล่มนี้ได้สะกิดความคิด…
    •    เพื่อพัฒนาคน พัฒนาชาติ
    •    ทั้งในเรื่องที่ต้อง..เร่ง..แก้ปัญหา
    •    และในเรื่องที่ต้อง..เร่ง..เตรียมการ
    •    โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
    •    ควรมีส่วนร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติการ
    •    เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ..ร่วมกัน

     

  3. ได้รวบรวมวิสัยทัศน์ของนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ จำนวน 9 ด้าน อันได้แก่ เศรษฐกิจ การเมือง ผู้นำ สังคม การศึกษา ครอบครัว เกษตรกร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ที่ได้วิเคราะห์สภาพให้เห็นว่าอนาคตในสองทศวรรษหน้า ในแต่ละด้านของประเทศไทยจะเป็นเช่นไร เพื่อแก้ปัญหาระดับประเทศ ที่เกิดจากการขาดการวางแผนระยะยาว   และเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า นำพาประเทศเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์อย่างมั่นคง

  4. แนวคิดในการจัดพิมพ์หนังสือ “มองฝันวันข้างหน้า : วิสัยทัศน์ประเทศไทยปี 2560” ฉบับนี้เริ่มต้นจากการที่กระผมได้รับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เข้าร่วมในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง “ร่วมสร้างวิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ พ.ศ. 2560” โดยกระผมได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นและร่วมสร้างจินตนาการเพื่อกำหนดภาพพึงปรารถนาของประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราในปี พ.ศ.2560 หรือในอีก 20 ปีข้างหน้า
    ในหนังสือเล่มนี้กระผมได้เสนอแนวคิดที่สำคัญยิ่ง นั้นคือ แนวคิดการสร้าง “อุดมการณ์แห่งชาติ” เนื่องจากเห็นว่า “อุดมการณ์” เป็นแกนเป้าหมายหลักที่ทำให้เราเห็นอนาคตของประเทศ และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะส่งผลให้วิสัยทัศน์ประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอกระบวนทัศน์การสร้างชาติสู่ความเจริญร่วมกันอย่างยั่งยืน อันได้แก่ การกำหนดอุดมการณ์แห่งชาติ การกำหนดวิสัยทัศน์แห่งชาติ การกำหนดนโยบายแห่งชาติ และการกำหนดวาระแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันคือมุ่งสู่ ผลประโยชน์แห่งชาติ
     “มองฝันวันข้างหน้า :  วิสัยทัศน์ประเทศไทยปี 2560” ได้เสนอภาพวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยที่พึงปรารถนา” อันประกอบด้วยวิสัยทัศน์ด้านต่าง ๆ ได้แก่
    -    วิสัยทัศน์สังคมไทยในอนาคตที่พึงปรารถนา
    -    วิสัยทัศน์การเมืองไทยที่พึงปรารถนา
    -    วิสัยทัศน์เศรษฐกิจไทยที่พึงปรารถนา
    -    วิสัยทัศน์การศึกษาไทยที่พึงปรารถนา
    -    วิสัยทัศน์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่พึงปรารถนา
     

  5. นำเสนอในอีกแง่มุมความคิดที่จะมีส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนเมืองร่วมกันทำกรุงเทพฯให้กลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ด้วยการมองสภาพปัญหาอย่างรู้ลึกรู้จริงพร้อมนำเสนอทางออกในเชิงสร้างสรรค์ที่ทุกๆคนทำได้โดยเริ่มตั้งแต่การทบทวนสภาพปัญหาในอดีตประตูสู่แรงบันดาลใจกับต้นแบบเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่าอยู่5อันดับแรกของโลกทันกระแสกับศึกการเลือกตั้งผู้ว่า'47กับคำแนะนำดีๆก่อนตัดสินใจสร้างครัวไทยสู่โลกกับการปฏิรูปตลาดสดอาหารริมทางฯลฯและแนวคิดที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมายทั้งหมดนี้เพื่อช่วยรื้อฟื้นสภาพเมืองที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นและทุกคนจะพูดได้อย่างมั่นใจว่ากรุงเทพฯของเราน่าอยู่

    •    คนกรุงเทพมหานครมี ‘สิทธิ’
    •    ที่จะอาศัยอยู่ใน “เมืองน่าอยู่”
    •    การจราจรไม่ติดขัด
    •    การกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลมีประสิทธิภาพ
    •    ปลอดมลภาวะทางอากาศ
    •    แม่น้ำลำคลองใสสะอาด
    •    ที่อยู่อาศัยได้มาตรฐาน
    •    แหล่งพักผ่อนหย่อนใจเพียงพอ
    •    บริโภคอาหารปลอดภัย
    •    ถนนหนทางบาทวิถีเรียบร้อย
    •    ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
    •    มีโอกาสทางการศึกษา
    •    คนด้อยโอกาสได้รับการช่วยเหลือ
    •    ถ้าคุณยังไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
    •    และต้องการ “ทวงสิทธิ” นั้น…
    •    จงอ่านหนังสือเล่มนี้
     

  6. หนังสือเรื่อง “กรุงเทพที่ผมฝัน” นี้เป็นหนังสือที่รวบรวมความคิดเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งของโลกนั่นก็คือกรุงเทพฯ ของเรา ความจริงการพูดเรื่องปัญหาต่าง ๆ นั้นเป็นของง่าย แต่ ดร. เกรียงศักดิ์ ไม่ได้พูดถึงปัญหาเฉย ๆ แต่ได้เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาด้วย แนวทางเหล่านี้อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้หมด แต่ก็เป็นการกระตุ้นให้ผู้อ่านต้องคิดตาม และ บางครั้งอาจจะคิดแย้ง ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ เนื้อหาในเล่มมีทั้งในด้าน การจัดทำกองทุนเวลา เพื่อให้คนที่มีศักยภาพและเวลา มาช่วยกันเป็นพลังในการช่วยเหลืองานสาธารณะต่าง ๆ เรื่องนี้ผมเห็นด้วย และผมมีความรู้สึกว่าคนไทยในกรุงเทพเวลานี้ต่างคนต่างอยู่ บางคนทิ้งขยะลงบนถนนและฟุตบาท มีหลายคนที่โยนขวดเครื่องดื่มยาบำรุงกำลังบ้าง ขวดน้ำเปล่าบ้าง ถุงพลาสติกบ้าง ลงไปในที่สาธารณะ และในวัด ขณะที่คนพบเห็นก็ไม่ได้ช่วยเก็บเพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน แต่เป็นหน้าที่ของพนักงานรักษาความสะอาดของ กทม. เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงไม่มีจิตสำนึกสาธารณะ จิตสำนึกที่จะรักชุมชน จิตสำนึกที่จะรัก กทม. ทุกคนมีแต่ช่วยกันทำร้าย กทม. ขณะเดียวกันก็บ่นว่าไม่มีคนช่วยรักษา
  7. :: เนื้อหาโดยสังเขป

    นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่เจาะจงสำหรับถนนที่ได้ชื่อว่า รถติดมากเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท รัชดาภิเษก ลาดพร้าว บรมราชนนี และพื้นที่อื่นๆ อีกมากมายที่คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ให้เนื้อหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการจลาจรในกรุงเทพฯ ทุกท่าน

    :: สารบัญ
    ส่วนที่ 1 ไขข้อข้องใจ เหตุใดจราจรไม่หายจลาจลเสียที
    ส่วนที่ 2 บรรเทาวิกฤต บนถนนยอดติด 10 เส้น ใน กทม.