1. สังคมไทยคือสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และวัฒนธรรมเป็นอย่างสูง
    การสร้างสังคมพหุเอกานิยมเป็นแนวทางในการสร้างศักดิ์ศรีให้กับคนในชาติ
    คนทุกคนแม้มีความแตกต่างกัน ก็สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
    มีสิทธิและมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน
    ทุกคนจะมีส่วนสร้างเอกภาพภายในชาติ โดยนำความแตกต่างระหว่างกัน มาใช้สร้างสรรค์สังคมเดียวกัน ด้วยหัวใจที่ใฝ่สันติภาพ

     

  2. ประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตการศึกษา หายนะภัยลูกใหม่ที่กำลังรุกคืบเข้ามาอย่างรวดเร็ว
    อีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า  คนทั้งชาติจะต้องพบกับโศกนาฏกรรมที่รุนแรง
    อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
    หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระบวนการศึกษา
    หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนผู้จุดประกายแนวทาง “แหกคุกทางปัญญา”
    เพื่อปลดปล่อยคนในชาติจากพันธนาการ แห่งการเป็น “นักโทษทางปัญญา” ตลอดชีวิต

     



  3. สังคมน่าอยู่ ไม่ใช่เพราะสังคมนั้นมั่งคั่งร่ำรวย ไม่ใช่เพราะคนมีความสุขสบาย แต่สังคมน่าอยู่ เพราะคนในสังคมยึดมั่นในความดีงาม เพราะคนในสังคมมีปรัชญาการมองโลกที่ถูกต้อง
    แนวทางนำสังคมไทยสู่สังคมแห่งความดีในหนังสือเล่มนี้ คงจะก่อประโยชน์เชิงสร้างสรรค์และจุดประกายแห่งแรงบันดาลใจ ที่เราทุกคนปรารถนาจะสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ร่วมกัน



     

  4. พฤติกรรมของคนในสังคมสามารถกำหนด “เสถียรภาพ” หรือ “ความล่มสลาย”  ของประเทศชาติได้ หากคนจำนวนหนึ่งยึดถือและปฏิบัติ พฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไปจากหลัก “คุณธรรมและจริยธรรม”  จะนำสังคมสู่วิกฤตแห่งการสั่นคลอนความมั่นคงในภาพรวม “สังคมทุรชน : ยุทธศาสตร์ความล่มสลายของสังคม” นำเสนอพฤติกรรมสังคมไทย 10 ประการ โดยวิเคราะห์เจาะลึกถึงรากฐานของสภาพปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น และพบว่า สาเหตุเริ่มต้นจาก “ปรัชญาการมองโลก” ที่ผิด จึงก่อให้เกิด “ค่านิยม” และ “พฤติกรรม” ที่ผิดตามมา แนววิเคราะห์มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งให้เกิด  “ความเข้าใจตนเอง” ณ ต้นกำเนิดของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมที่ “รากฐาน” ต้นตอของปัญหา มากกว่าการแก้ไขที่ “ปลายเหตุ”  เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

     

  5. ….เศรษฐกิจเสรีตามกระแสโลก แต่ไม่ “สุดโต่ง”
    ….เศรษฐกิจพึ่งตนเอง เฉพาะ “ปัจจัยอยู่รอด”
    ข้อเสนอทิศทางเศรษฐกิจไทยในสหัสวรรษหน้า
    คำตอบของการแสวงหาจุดยืนทางเศรษฐกิจ
    บนรากฐานแห่งความเป็นไทย เพื่อ “ประกัน” ความอยู่รอดของคนในชาติ
    ทั้งในยามปกติและยามวิกฤต ตลอดชั่วลูกชั่วหลาน

     

  6. หากประเทศใดก็ตามสามารถสร้างทรัพยากรบุคคลของประเทศ ให้กลายเป็น "ศึกษิต" หรือปัญญาชนที่ทรงคุณค่า
    ประเทศนั้นจะสามารถนำวิชาความรู้และความดีงาม พัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้ "ศึกษิตแห่งศตวรรษที่ 21 : แนวคิดปฏิรูปการศึกษาไทย" ได้นำเสนอแนวคิดการสร้างปัญญาชนในประเทศ โดยผ่านการปฏิรูปการศึกษา ของประเทศไทย สามองค์ประกอบ นั่นคือ
    1. ปฏิรูปคนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 
    2. ปฏิรูประบบการศึกษา
    3. ปฏิรูปบริบทแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา
     

  7. สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย กำลังเดินมาถึง “ทางแยก” ที่จำเป็นต้องเลือกว่าจะไปทางไหน
    จะไปสู่…เรือนจำทางปัญญา หรือ…เรือนเพาะชำทางปัญญา
    จะไปสู่…สถานกักกันองค์ความรู้ หรือสถานสร้างสรรค์องค์ความรู้
    หนังสือเล่มนี้ชี้เส้นทางไปสู่ การเป็นเรือนเพาะชำทางปัญญา การเป็นสถานสร้างสรรค์องค์ความรู้
    จึงได้นำเสนอข้อคิดและแนวทาง วิสัยทัศน์อุดมศึกษาที่พึงประสงค์ ให้เป็นทางแยกที่ควรเลือก ณ ปัจจุบันนี้

     

  8. หนังสือเล่มนี้นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของงานวิชาการ ที่มีการบันทึกและวิเคราะห์การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ เกี่ยวกับการ "ปฏิรูปการเมือง" อย่างเจาะจง จากผลจากการวิจัยเชิงสำรวจความคิดเห็นของประชาชน  เรื่องการปฏิรูปการเมือง (ไอเอฟดี โพลล์) โดยสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (ไอเอฟดี)  ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ที่ผ่านมา เราได้นำบทสรุปจากเสียงของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อระบบการเมือง และความหวังต่อการปฏิรูปทางการเมืองมาบันทึกในลักษณะบทความ ซึ่งไม่เพียงรายงานสถิติผลความคิดเห็นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเสนอการวิเคราะห์เสียงประชาชนและเสนอแง่คิดของผู้เขียน
    อรรถาธิบายสะท้อนประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งประเด็นความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองไทยออกเป็นเรื่องต่าง ๆ ตามข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และถ่ายทอดเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนที่หนึ่ง “เสียงสวรรค์” กับความต้องการปฏิรูปการเมือง  ส่วนที่สอง “เสียงสวรรค์” กับการเปลี่ยนแปลง ส.ส. และพรรคการเมือง และส่วนที่สาม “เสียงสวรรค์” กับรูปแบบประชาธิปไตยที่ต้องการ ด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นเสียงที่นำประเทศไปสู่ระบบการเมือง ที่สะท้อนความต้องการของประชาชนเจ้าของประเทศได้ในเร็ววัน  
     

  9. “เปิดโลกความคิด มองวุฒิสภาไทย” เปิดประเด็นความคิดการปฏิรูประบบวุฒิสภาไทยในแนวทางสร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว ให้กลายเป็นการได้มาตามวิถีแนวทางประชาธิปไตย โดยเสนอทางเลือกที่มาของวุฒิสมาชิก 3 แนวทาง  คือ
    1. ข้อเสนอที่มาวุฒิสมาชิก ตัวแทนจากกลุ่มประชาชน
    2. ข้อเสนอที่มากรรมการสรรหาวุฒิสมาชิก
    3. เสนอสามแนวคิดวุฒิสภา : ดี ดีกว่า ดีที่สุด อันจะนำไปสู่วุฒิสภาในอุดมคติที่สร้างความเป็นธรรมแก่ประชาชนมากที่สุด

  10. หนังสือ “ปฏิรูปการเมือง” ฉบับพิมพ์ซ้ำและเพิ่มเนื้อหา  เสนอแนวทางปฏิรูปการเมืองเพื่อตอบสนองความต้องการ  “การปฏิรูปการเมือง” ของประชาชนทั่วประเทศ เนื้อหาภายในเล่มได้คงไว้ซึ่งข้อเสนอแนวคิดปฏิรูปการเมือง ที่ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2538 และเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับ “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” อันเปรียบเสมือนประตูบานแรกสู่การปฏิรูปการเมือง แนวคิดที่นำเสนอคือ แนวทางสู่ความสมบูรณ์ ของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง