1. สำหรับหนังสือ “วาทะของโอปราห์ วินฟรีย์” เล่มนี้ นับเป็นลำดับสุดท้าย ของหนังสือชุด “วาทะคนแถวหน้า” เธอเป็นสตรีอาฟริกัน-อเมริกัน ที่ประสบความ สำเร็จสูงมาก คำพูดของเธอเป็นสิ่งที่คนในสังคมอเมริกันและทั่วโลก ต้องเงี่ยหูฟัง หลายสิ่งที่เธอพูด สามารถขับเคลื่อนสังคมอเมริกันได้ โอปราห์เป็นคนที่มีความ มุ่งมั่นในการที่จะกำหนดชีวิตตัวเอง เธอตัดสินใจว่าจะเป็นคนที่ดีที่สุด และเก่งที่สุด คนหนึ่งในสังคมที่พื้นภูมิของเธออาจจะเป็นอุปสรรค และเธอสามารถทำได้เช่นนั้น  อย่างน่าอัศจรรย์ เธอเอาชนะสภาพแวดล้อมที่อาจจะดูเหมือนว่าด้อยและไม่มีความ หวังใด ๆ ในสายตาของคนทั่วไป  และสามารถกลายมาเป็นผู้หญิงที่ได้รับการยอมรับ ว่ามีอิทธิพลมากที่สุดในโลกคนหนึ่ง
    สิ่งดีที่โอปราห์มีคือ เธอไม่โทษสถานการณ์ ไม่โทษคนอื่น และไม่ยอมแพ้ แต่แสวงหาสิ่งที่ดีจากภายในตนเอง และนำออกมาใช้ให้มากที่สุด นอกจากนี้ ความมีใจปรารถนาในส่วนลึกที่ต้องการช่วยเหลือคนอื่น การเห็นคุณค่าของผู้อื่น เป็นเหตุให้สิ่งที่เธอพูดออกมา ได้เสริมสร้างกำลังใจ เป็นแบบอย่างและมีอิทธิพล ต่อสังคมโดยไม่ต้องเสแสร้ง  โอปราห์ยังได้ยืนยันสิ่งที่คนแถวหน้าบอกมาก่อนหน้านี้ ว่าเงินไม่ใช่เป้าหมายในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ความรักผูกพัน การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ และความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จต่างหากที่ทำให้ได้รับความสำเร็จ และเมื่อนั้น ทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งชื่อเสียงจะตามมาเอง
    ผมหวังว่า งานแปลของผมทั้ง 4 เล่มที่ผ่านมา จะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้อ่าน รวมทั้งงานแปลเล่มที่ห้าเรื่อง “วาทะของโอปราห์ วินฟรีย์” เล่มนี้ด้วย ที่จะได้รับการ ตอบรับอย่างดีจากผู้อ่าน เช่นเดียวกับที่เล่มอื่น ๆ ในชุด “วาทะคนแถวหน้า” ได้รับ มาแล้ว และผมคาดหวังว่าการแปลหนังสือชุดนี้จะสร้างอรรถประโยชน์อย่างคุ้มค่า ให้แก่ผู้อ่าน และนำมาซึ่งผลสำเร็จในชีวิตของผู้อ่านแต่ละคน และหากเป็นเช่นนั้น จะเป็นความยินดีอย่างยิ่งของผม
     

  2. วอร์เรน บัฟเฟทท์ ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ในประวัติกล่าวว่า เขาเป็นเพื่อน   ต่างวัยกับบิล เกตส์ บัฟเฟทท์เป็นนักลงทุนชาวอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จ  มากคนหนึ่ง เขาเคยติดอันดับ 1 ใน 10 ของคนที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในอเมริกา (เคยอยู่ถึงอันดับหนึ่ง) เขาเป็นบุคคลที่มีคมวาทะชวนฟัง มีมุมมอง ข้อคิดที่ลึกซึ้ง เรื่องของเขานั้น หากมองหรืออ่านโดยผิวเผินอาจดูเหมือนว่าเขาสามารถประสบ ความสำเร็จได้อย่างง่าย ๆ ดูเหมือนไม่เหนื่อยแรง แต่ถ้ามองลึกลงไปจะพบว่าเขามีลักษณะที่สำคัญ และน่าสนใจยิ่ง ซึ่งผมเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นแหละที่นำเขาสู่ความสำเร็จที่แท้จริง ชีวิตของวอร์เรน บัฟเฟทท์ ได้บรรจุเอาลักษณะชีวิตที่สำคัญ ๆ ที่สอดคล้องกับหนังสือที่ผมเขียนไว้หลายอย่าง เช่น ความซื่อสัตย์ ความขยัน ขันแข็ง การทำทุกอย่างอย่างดีเลิศด้วยความตั้งใจจริง ความกล้าหาญ การเป็นคนที่เรียนรู้ตลอดชีวิต ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีความมัธยัสถ์ การเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวม เป็นต้น ซึ่งผู้อ่านสามารถพบเห็นลักษณะเหล่านี้ได้ ตลอดระยะเวลาที่ อ่านหนังสือเล่มนี้ และแม้อ่านแล้วเราไม่สามารถเป็นนักลงทุนที่ร่ำรวยได้รวดเร็วเหมือนดังที่บัฟเฟทท์ได้กระทำ หรือเป็นได้ไม่เท่าที่บัฟเฟทท์เป็น แต่ก็สามารถเรียนรู้ และนำเอาหลักการของเขามาประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราได้
    ผมแปลหนังสือชุดนี้ด้วยความตั้งใจ และพยายามไม่ให้เกิดความเบี่ยงเบนในแง่ของความหมาย อารมณ์ หรือความลึกซึ้งของภาษาให้สำเร็จตาม เจตนารมณ์ของผู้เขียนเป็นหลัก
        หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านจะได้รับทั้งสาระ และประโยชน์ตลอดจน รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์และได้รับข้อคิดจากลักษณะชีวิตที่ดี ๆ ของวอร์เรน บัฟเฟทท์ สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตส่วนตัว จนได้รับความสำเร็จ โดยถ้วนทั่วกัน
     

  3. คนทั่วโลกในยุคปัจจุบัน คงแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักคอมพิวเตอร์ และทันทีที่เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนเข้าสู่ระบบการทำงาน เราจะพบกับสัญลักษณ์หน้าต่างบินที่คุ้นเคย ของบริษัทไมโครซอฟต์ สัญลักษณ์นี้ประกาศความน่าทึ่งของผู้ที่เป็นต้นคิด และสร้างระบบปฏิบัติการ จนกลายมาเป็นบรรทัดฐานของคอมพิวเตอร์นับล้าน ๆ เครื่อง บุคคลผู้นั้นคือ บิล เกตส์ เจ้าของกิจการยักษ์ใหญ่ของโลก  งานที่เขาทำได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา จนมีคำกล่าวว่า “สิ่งที่เขาทำนั้น เป็นเช่นเอดิสันได้ปฏิบัติการกับหลอดไฟฟ้า” แน่นอนที่สุด มันทำให้เขากลายเป็นอภิมหาเศรษฐี ขณะที่ยังหนุ่มแน่น จนอดไม่ได้ที่ต้องค้นหาว่าเขาทำได้อย่างไร
    เกตส์และเพื่อนได้ร่วมกันคิดค้นเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหลายต่อหลายโปรแกรมถูกทยอยเขียนออกมาจากการค้นคว้าค้นคิดของพวกเขา หลายโปรแกรมถูกนำมาใช้เป็นระบบการทำงานมาตรฐานของเครื่องพีซี จากการอ่านและ ศึกษาชีวิตของเกตส์ ความสำเร็จของเขาเป็นผลส่วนใหญ่มาจากการที่เขาเป็น “นักคิด” เมื่อประเมินตามแนวคิดที่ผมเขียนไว้ในหนังสือชุด “ผู้ชนะ 10 คิด” ทั้งนี้สามารถ ประมวลได้จากหลากหลายเหตุการณ์ในหนังสือเล่มนี้ อาทิ
     

  4. เท็ด เทอร์เนอร์ บุรุษผู้มุ่งมั่นจากแอตแลนตา ผู้ใช้ความมีวิสัยทัศน์อันเป็นความโดดเด่นในชีวิตของตน พลิกฟื้นสิ่งที่ล้มไปแล้วให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นใหม่ เขาเป็นนักแข่งเรือใบที่เคยฝ่าฟันพายุที่คร่ากลืนชีวิตคู่แข่งหลายคนไป โดยที่ผู้คนคิดว่าเขาคงไม่รอดกลับมา แต่เขาและทีมเข้าสู่เส้นชัยได้เป็น      อันดับหนึ่ง เขาพลิกฟื้นสถานีวิทยุ โทรทัศน์ ที่เลิกกิจการไปแล้ว จนกลายมาเป็นซีเอ็นเอ็น ที่เป็นสถานีเครือข่ายเคเบิลทีวีที่โด่งดัง และมีสาขาไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีกิจการอื่น ๆ อีกมากที่ เท็ด เทอร์เนอร์ เป็นเจ้าของ ซึ่งได้กล่าวถึงไว้ในหนังสือเล่มนี้
        หากให้ผมกลั่นหรือสกัดออกมาให้คมชัดว่าสิ่งที่นำเขาสู่ความสำเร็จ คืออะไร คำตอบคือ ความมีวิสัยทัศน์ การมองการณ์ไกลด้วยสายตาที่   มุ่งมั่นของเท็ด เทอร์เนอร์ นั่นเอง เขาทำทุกอย่างโดยมีเป้าว่าต้องสำเร็จ เมื่อวิสัยทัศน์ชัดเจนเช่นนั้น จึงส่งให้มีลักษณะอื่น ๆ ที่นำเขาสู่เป้าหมายตามมาเป็นองค์ประกอบ นั่นคือ ความกล้าหาญ ไม่ยอมแพ้ แต่มีความอดทน มุมานะ ไม่สำเร็จไม่ยอมเลิกรา ยังเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้น ซึ่งผู้อ่านจะได้พบตลอดเวลาที่อ่านหนังสือเล่มนี้
        แม้ในบางตอน ผู้อ่านอาจจะพบว่า เท็ด เทอร์เนอร์ มีนิสัยที่สะท้อนความมีปัญหา เขาดูจะเป็นคนก้าวร้าว หรือมีมุมลบในบางด้าน แต่ผม       มั่นใจว่าชีวิตที่มีวิสัยทัศน์ของเท็ด เทอร์เนอร์ อันเป็นความโดดเด่นของเขาที่ถ่ายทอดผ่านหนังสือเล่มนี้ จะมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านหลายคน ได้สะท้อนคิด ค้นหาศักยภาพ และจุดเด่นของตน และผลักดันตนเองสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านจะได้รับทั้งความเพลิดเพลิน    เคล็ดลับและข้อคิดในการดำเนินชีวิต อันจะช่วยให้พาตัวเองไปยืนอยู่บนยอดเขาความสำเร็จได้ดั่งที่ใจทุกคนปรารถนา

     

     

  5. ในสหรัฐอเมริกานั้น หากเอ่ยชื่อ แจ๊ค เวลช์ จะมีคนอเมริกันน้อยคนนัก ที่ไม่รู้จักเขา เขาไม่ได้เพียงขึ้นชื่อในด้านของจำนวนเงินสะสม หรือความร่ำรวยเป็น อภิมหาเศรษฐี แต่ความโดดเด่น เป็นเลิศที่เขามีมากกว่านั้นก็คือ ความเป็นนักบริหาร ความเป็นผู้นำที่ไม่เคยหยุดการพัฒนา แม้ว่าเขาได้เข้ามานั่งในตำแหน่งที่สูงสุด ของบริษัทจีอี บริษัทเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่มายาวนาน และประสบความสำเร็จในการ บริหารงานมาโดยตลอด เขาอาจเพียงทำหน้าที่รักษาความสำเร็จนั้นไว้บริษัทก็คง ยังสำเร็จต่อไปได้ แต่นั่นไม่ใช่เขา  เพราะเวลช์เป็นผู้นำแห่งโลกยุคโลกาภิวัตน์ และเขาตระหนักว่าควรทำอย่างไร ประกอบกับการที่เขาเป็นคนที่รักชัยชนะ เขาจึงมองไปยังอนาคตและเรียนรู้เสมอ ยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นคนที่เชื่อและให้โอกาส และส่งเสริมคนในการพัฒนาความสามารถ โดยการให้การอบรม การส่งเสริม การเรียนรู้ การให้คนมีส่วนร่วมในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ และมีส่วนร่วมในความสำเร็จที่ได้มา รูปแบบการบริหารของเขา บุคลิกของเขา อาจจะเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการบริหารงาน ระดับโลกที่อาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันที แต่หลักการในการคิด การบริหารงาน และมุมมองจำนวนมาก น่าจะเป็นประโยชน์ในการนำมาคิดใคร่ครวญเพื่อประยุกต์ กับชีวิตการทำงานของเรา เพื่อนำมาซึ่งความเป็นเลิศและชัยชนะ บทเรียนที่สำคัญ ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้คือ หากเราอยู่กับที่ หรือแม้แต่เราเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยระดับที่ไม่เร็วพอ นั่นหมายความว่าเรากำลังถอยหลัง ความสำเร็จย่อมหลุดลอย ไปไกล แจ๊ค เวลช์ เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่เหมือนกับคนแถวหน้าอื่น ๆ ที่มีความสุข กับสิ่งที่เขาได้ทำ เขาจึงทำมันด้วยชีวิตและหัวใจ ความสำเร็จจึงเป็นของเขา
         แจ๊ค เวลช์ จึงเป็นอีกบุคคลหนึ่งในชุดวาทะคนแถวหน้า ที่ผมแปลด้วยความ คาดหวังว่าจะเป็นอีกเล่มหนึ่ง ที่ป้อนความรู้ควบคู่ไปกับการจุดประกายความสำเร็จ ไปยังท่านผู้อ่าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีผลงานออกมาแล้ว 3 เล่ม คือ วาทะของวอร์เร็น บัฟเฟทท์  วาทะของเท็ด เทอร์เนอร์  และวาทะของบิล เกตส์  ซึ่งทั้ง 3 เล่ม ได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากท่านผู้อ่าน จนทุกเล่มต้องตีพิมพ์เพิ่มในระยะ ไม่ถึงเดือนหลังจากที่หนังสือออกวางจำหน่าย  ผมมีความยินดีที่ผู้อ่านสนใจหนังสือ ชุดวาทะคนแถวหน้านี้ เพราะนอกจากจะสะท้อนว่าคนไทยสนใจอ่านหนังสือแล้ว ยังชี้ว่าคนไทยแสวงหาความสำเร็จอีกด้วย ซึ่งผมเห็นว่าหนังสือวาทะของแจ๊ค เวลช์ เล่มนี้ จะให้คุณค่าแก่ท่านผู้อ่านได้อย่างเต็มที่ในหลากหลายมุมมองและแง่คิด เช่นที่ผมได้รับมาแล้ว